ReadyPlanet.com
dot dot
dot
รายการปฏิบัติธรรม
dot
bulletปฏิบัติธรรม ณ สถานที่ตรัสรู้
dot
โปรโมชั่นท่องเที่ยวประเทศต่างๆ
dot
bulletอินเดีย
bulletเนปาล
bulletญี่ปุ่น
bulletเกาหลี
bulletไต้หวัน
bulletฮ่องกง
dot
อัลบั้มรูป
dot
bulletสังเวชนียสถานสี่ และ ภูฏาน
bulletเที่ยวถ้ำ Ajanta Ellora อินเดีย
bulletเที่ยวเนปาล
bulletเที่ยวศรีลังกา
bulletเที่ยวทิเบต
bulletเที่ยวภูฏาน
dot
ข้อมูลก่อนเดินทาง
dot
bulletทำไมต้องไปไหว้พระที่อินเดีย
dot
สนใจเดินทางไปกับเรา
dot
bulletโหลดใบสมัครไปอินเดีย-เนปาล
bulletกรอกใบสมัครเดินทาง
bulletEnglish Application form
dot
บริการอื่น ๆ
dot
bulletกระดานแสดงความคิดเห็น
bulletรับจองตั๋วเครื่องบิน
bulletรับจองโรงแรมในอินเดีย
dot
ตรวจสภาพอากาศ
dot
bulletนิวเดลลี
bulletอัตราแลกเปลี่ยนเงิน
bulletพุทธคยา
bulletพาราณสี
bulletกุสินารา
bulletสาวัตถี
bulletทัจมาฮาล
bulletอะชันตะ & เอลโลร่า
bulletแคชเมียร์
bulletลุมพินี
bulletกาฐมาณฑุ, เนปาล
bulletปาโร, ภูฏาน




สังเวชนียสถานสี่ และ พุทธสถาน 8 วัน

 

 ตามรอยบาทพระศาสดา ณ แดนเกิดพุทธศาสนา

 

นมัสการพุทธสังเวชนียสถานสี่ และ พุทธสถาน

ระหว่างวันที่ 8 - 15 ธ.ค. 60 / 27 ธ.ค. 60 - 3 ม.ค. 61 / 19 - 26 ม.ค. 61

รวมเดินทาง 8 วัน โดยภูฏานแอร์ 

วันแรก:                                                  กรุงเทพฯ – พุทธคยา

04.00 น.  ผู้เดินทางพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 8  พบกันที่ช่อง K      รับเอกสารเดินทางจากเจ้าหน้าที่ ธัมมาพาเที่ยว และป้ายชื่อติดกระเป๋าแล้วส่งขึ้นสายพานที่หน้าเคาน์เตอร์ แอร์อินเดีย (เช็คกรุ๊ป)  

06.30น.   เดินทางสู่ประเทศอินเดีย  โดยภูฏานแอร์เที่ยวบินที่   B 3707

08.10 น.  (เวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าไทย 1 ½ ช.ม.) ถึงสนามบินคยา (Gaya Airport) ประเทศอินเดีย ผ่านการตรวจหนังสือเดินทาง แล้วรถรับเข้าโรงแรม เก็บของเตรียมอุปกรณ์บุญต่างๆ จากนั้นนำเข้าบริเวณเจดีย์พุทธคยา นมัสการต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระพุทธเมตตาในพระมหาเจดีย์ สวดมนต์ ปฏิบัติธรรมหน้าพระแท่นวัชรอาสน์ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ตรัสรู้ ได้เวลาสมควร เดินทางกลับที่พักเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย         นำนั่งรถข้ามแม่น้ำเนรัญชลาไปชมหมู่บ้านนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาสแด่เจ้าชายสิทธัตถะในวันที่จะตรัสรู้  และที่ทรงอธิษฐานลอยถาดทองคำเสี่ยงพระบารมีริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชลา  แล้วกลับมาฝั่งพุทธคยา เยี่ยมชมวัดพุทธนานาชาติที่สร้่างขึ้นในปีกึ่งพุทธศตวรรษ  พร้อม ๆ กับวัดไทยพุทธคยา เช่นวัดทิเบต  วัดภูฐาน  วัดญี่ปุ่น  เป็นต้น

              นำเข้าบริเวณเจดีย์พุทธคยา ชมสัตตมหาสถาน ที่ทรงเสวยวิมุตติสุขภายหลังตรัสรู้ 7 แห่ง   สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม เวียนเทียนรอบมหาเจดีย์

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำแล้วพักผ่อนที่ โรงแรมเมืองพุทธคยา 

หลังอาหารค่ำ  ท่านใดประสงค์จะกลับเข้าไปปฏิบัติธรรมในบริเวณเจดีย์พุทธคยา สามารถอยู่ได้จนถึงเวลา 21.00 น.

 

วันที่สอง:                                    พุทธคยา – ราชคฤห์ – ปัตนะ

เช้า         รับประทานอาหารเช้าแล้วนั่งรถประมาณ 2 ชั่วโมงไปเมืองราชคฤห์

              ถึงเมืองราชคฤห์ นำเดินขึ้นยอดเขาคิชกูฎ  ชมทัศนียภาพเบญจคีรีนคร  สวดมนต์ทำสมาธิ ณ พระมูลคันธกุฎีที่ประทับของพระพุทธองค์  ชมถ้ำสูกรขาตาที่พระสารีบุตรบรรลุอรหันต์ภายหลังอุปสมบทได้ 15 วัน  ชมที่พักพระอานนท์  ถ้ำพระโมคคัลลาน์  ที่คุมขังพระเจ้าพิมพิสาร  วัดหมอ  ชีวกโกมารภัจจ์  ฯลฯ  ชมวัดเวฬุวันมหาวิหาร   วัดพุทธศาสนาแห่งแรกในโลกสร้างถวายโดยพระเจ้าพิมพิสาร  พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แด่พระอรหันต์ 1,250 รูปที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายในวันเพ็ญเดือน 3 อันเป็นที่เกิดวันมาฆบูชา

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม แล้วนั่งรถประมาณ 30 นาทีไปนาลันทา เมืองบ้านเกิดพระสารีบุตร นำชมมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก มหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่ี่งเจริญรุ่งเรืองมากในอดีต  แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงซากที่ถูกเผาทำลายโดยกองทัพมุสลิมแต่ยังทิ้งร่องรอยของความยิ่งใหญ่ไว้  นมัสการหลวงพ่อพระพุทธรูปองค์ดำ จากนั้นเดินทางไปเมืองปัตนะ   

เย็น         รับประทานอาหารค่ำแล้วพักผ่อนที่โรงแรมเมืองปัตนะ

 

วันที่สาม:                                          ปัตนะ - เวสาลี - กุสินารา

เช้า         รับประทานอาหารเช้า   แล้วเดินทางสู่นครเวสาลี  (เดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง)

              เวสาลีเป็นเมืองหลวงของแคว้นวัชชีในพุทธกาลพระพุทธองค์เสด็จมาประทับในเมืองนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง  ทรงอนุญาตให้พระนางปชาบดีโคตมีและบริวารบวช อันนับได้ว่าภิกษุณีสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก    คราวหนึ่งเมืองเวสาลีเกิดโรคระบาดชาวเมืองล้มตายเป็นจำนวนมาก  พระพุทธองค์ทรงให้พระอานนท์สวดพระปริตรปราบโรคระบาด อันเป็นต้นกำเนิดการทำน้ำมนต์  ในพรรษาสุดท้ายพระองค์ประชวรหนัก  ทรงจำพรรษาสุดท้าย ณ เวฬุวคาม  วันเพ็ญเดือน 3 พระองค์เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในเมืองเวสาลีแล้วทรงชวนพระอานนท์ไปยัง ปาวาลเจดีย์ ณ ที่นี้ทรงปลงพระชนมายุสังขารว่าอีก 3 เดือนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน   

              ปัจจุบันแม้จะเหลือแต่สิ่งปรักหักพังแต่ก็ยังได้เห็นเสาอโศกที่สมบูรณ์ ไม่ไกลจากเสาอโศกยังมีพระเจดีย์องค์ใหญ่เรียกว่าอานันทเจดีย์ที่มีพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่ให้สักการบูชา  และมีสระน้ำที่เชื่อกันว่า  ฝูงลิงได้ขุดถวายพระพุทธองค์ทรงใช้ประโยชน์  รอบสระน้ำยังมีซากพระคันธกุฎีที่ประทับและกุฏิสงฆ์เรียงรายอยู่ทั่วไป

 กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม แล้ว เดินทางต่อประมาณ 4 ช.ม.ไปเมืองกุสินารา แวะชมสถูปเกสริยาระหว่างทาง

         เกสริยาเป็นมหาสถูปที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองและพระมหาสถูปบุโรพุทโธ ทำให้มีผู้สันนิษฐานว่ามหาสถูปแห่งเกสริยานี้เป็นต้นแบบของมหาสถูปทั้งสองมหาสถูปนี้เป็นสถูปเดียวกับที่ปรากฏในบันทึกของพระถังซำจั๋ง ที่เคยจาริกแสวงบุญมายังสถานที่แห่งนี้ ท่านได้กล่าวไว้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของพระมหาสถูปที่ประดิษฐานบาตรของพระพุทธองค์ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานแก่ชาววัชชีเมืองไวสาลีที่ตามมาส่งเสด็จพระพุทธองค์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเสด็จไปยังเมืองกุสินาราเพื่อเสด็จดับขันธปรินิพพาน

              จากนั้นเดินทางต่อไปกุสินารา

เย็น         ถึงกุสินารารับประทานอาหารค่ำแล้วพักผ่อนที่โรงแรมเมืองกุสินารา

 

วันที่สี่ :                                                         กุสินารา - ลุมพินี

เช้า         รับประทานอาหารเช้า  แล้วนำนมัสการสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ สาลวโณทยาน   สวดมนต์ทำสมาธิในพระวิหารพระนอนปางปรินิพพาน  เวียนเทียนรอบพระสถูป  แล้วชมสถานที่ถวายพระเพลิง มกุฎพันธนเจดีย์ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 1 ก.ม.  ทำบุญที่วัดไทยที่สวยที่สุดในอินเดีย วัดไทยกุสินารา

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน แล้วออกเดินทางโดยรถยนต์ (ประมาณ 5 ช.ม. รวมเวลารอผ่านด่าน) ข้ามชายแดนอินเดียเข้าประเทศเนปาล  ตรงไปลุมพินี

 

เย็น         ถึงลุมพินี   รับประทานอาหารค่ำแล้วพักผ่อนที่โรงแรมเมืองลุมพินี

 

วันที่ห้า:                                                          ลุมพินี  สาวัตถี

เช้า         รับประทานอาหารเช้า   แล้วนำนมัสการสถานที่ประสูติ ณ สวนลุมพินีวัน  สวดมนต์ทำสมาธิ  ชมเสาอโศกจารึกอักษรพราห์มี ยืนยันสถานที่ประสูติแท้จริงของเจ้าชายสิทธัตถะ,  สระสรงพุทธมารดา,  ภาพสลักหินพระประสูติกาล    

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน  แล้วเดินทางโดยรถยนต์ไปเมืองสาวัตถี (นั่งรถประมาณ 7     ช.ม.)

เย็น         รับประทานอาหารค่ำแล้วพักผ่อนที่โรงแรมเมืองสาวัตถี

 

วันที่หก:                                                    สาวัตถี – พาราณสี

เช้า         รับประทานอาหารเช้า  แล้วนำชมวัดเชตวันที่พระพุทธองค์ทรงจำพรรษานานที่สุดถึง 19 พรรษา  นมัสการพระคันธกุฎีที่ประทับ  ชมบ่อน้ำสรงเฉพาะพระพุทธองค์  ธรรมสภา  กุฏิที่พักของพระอรหันต์อื่น ๆ เช่น พระอานนท์  พระโมคคัลลาน์  พระสารีบุตร  พระสีวลี  พระราหุล  ต้นโพธิ์พระอานนท์  ที่ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ปราบพวกเดียรถีย์  บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี  บ้านบิดาพระองคุลิมาล   ที่เมืองสาวัตถีนี้ ยังมีวัดบุพพารามที่สร้างโดยมหาอุบาสิกาวิสาขา พระพุทธองค์ทรงจำพรรษาถึง 6 พรรษา  แต่ปัจจุบันน้ำท่วมจนมองไม่เห็นวัดบุพพารามแล้ว

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน  แล้วเดินทางไปเมืองพาราณสี (นั่งรถประมาณ 8 – 9 ช.ม.)

ดึก          รับประทานอาหารค่ำ  แล้วพักผ่อนที่โรงแรมเมืองพาราณสี 

 

วันที่เจ็ด:                                                  พาราณสี – พุทธคยา

เช้าตรู่      ลงเรือล่องแม่น้ำคงคา  ชมประเพณีการอาบน้ำล้างบาป และเผาศพของศาสนาฮินดู ริมฝั่งแม่น้ำคงคาซึ่งชาวฮินดูถือเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ แล้วกลับที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้า

เช้า         นำนมัสการเจาคันธีสถูป สถานที่พระพุทธองค์ทรงพบปัญจวัคคีย์ก่อนแสดงธรรม นมัสการ   ธัมเมกขสถูปสถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา ธรรมจักรกัปปะวัตนสูตร ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันสวดมนต์ ทำสมาธิ เวียนเทียน ชมที่ประทับของพระพุทธเจ้าและหมู่สงฆ์ ชมพระพุทธรูปที่สวยที่สุดในโลก ณ พิพิธภัณฑ์สารนาถ

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวันที่โรงงแรม แล้วนั่งรถกลับพุทธคยา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ช.ม.)

 

ค่ำ           อาหารเย็น แล้วพักผ่อนที่โรงแรมเมืองพุทธคยา

 

วันที่แปด:                                              พุทธคยา  กรุงเทพฯ  

เช้า     รับประทานอาหารเช้า แล้วนำเข้ากราบลา ต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากนั้นตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรนำเดินทางสู่สนามบิน คยา 

12.20 น.  เดินทางกลับประเทศไทย โดย ภูฏานแอร์เที่ยวบินที่   B 3706

17.00 น.  (เวลากรุงเทพฯ)   ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ.

 

 

………………..จบการเดินทาง................

 

 

ค่าทัวร์รวมตั๋วเครื่องบิน

 

Guest Number

จำนวนผู้เดินทาง

15 -19 ท่าน

20 -24 ท่าน

25 -29 ท่าน

30 -35 ท่าน

Tour cost + Air fare

ราคาทัวร์ รวม ตั๋วเครื่องบิน

55,900 บาท

53,500 บาท

51,900 บาท

50,500 บาท

พักเดี่ยวจ่ายเพิ่มท่านละ

10,500 บาท

*** ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มหรือลดลงขึ้นอยู่กับภาษีตั๋วเครื่องบินในวันซื้อตั๋ว***

หมายเหตุ: เดินทางคร่อมวันที่ 31 ธ.ค. และ 1 ม.ค. เพื่ม 1,500 บาท

 

ค่าใช้จ่ายรวม

ค่าใช้จ่ายไม่รวม

+ ตั๋วเครื่องบิน Bhutan Air (กรุงเทพฯ – คยา/ คยา – กรุงเทพฯ)

+ น้ำดื่มวันละ 1 ขวดลิตรต่อคน

+ รถรับส่งสนามบิน, เรือล่องคงคา และรถนั่งปรับอากาศตลอดการเดินทางตามโปรแกรม

+ ค่าอาหารตามระบุในรายการทัวร์

+ ค่าวีซ่าเข้าประเทศอินเดีย  และเนปาล

+ ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามระบุในโปรแกรม

+ ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทางในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

+ ตลอดการเดินทางจะมีผู้นำทัวร์จากเมืองไทย, ไกด์ท้องถิ่น, พระบรรยายนำสวดมนต์

+ ทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ และ เด็กรถ

 

- ค่าน้ำหนักกระเป๋า Load ขึ้นเครื่องบินที่เกิน 20 ก.ก. 

- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเช่น ทำบุญ, โทรสาร-โทรศัพท์, ซักรีด, อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, มินิบาร์ในห้องพัก  เป็นต้น

- ค่านำกล้องวีดีโอเข้าบางสถานที่

- สำหรับราคานี้ผู้จัดทัวร์ จะไม่รวมค่าภาษีท่องเที่ยว หรือ ภาษีตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ หากมีการเก็บเพิ่ม

- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%  และภาษี ณ ที่จ่าย 3%  ในกรณีต้องการใบกำกับภาษี หรือ ใบเสร็จรับเงินที่มีชื่อธัมมาพาเที่ยว และออกใบให้ไม่เกิน 7 วันหลังจากกลับมาจากการเดินทางแล้ว

- ทิปผู้นำทัวร์จากเมืองไทย

 

 

 

 




อินเดีย




Copyright © 2010 All Rights Reserved.